head-banpongkratinglang-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
วันที่ 16 ตุลาคม 2021 9:57 AM
head-banpongkratinglang-min
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » ไม่ได้มีแค่สองคน นิทานเรื่องสั้นที่น่าอ่านและน่าติดตามจากเรื่องเล่าทางบ้าน

ไม่ได้มีแค่สองคน นิทานเรื่องสั้นที่น่าอ่านและน่าติดตามจากเรื่องเล่าทางบ้าน

อัพเดทวันที่ 21 มกราคม 2021

ไม่ได้มีแค่สองคน นิทานเรื่องสั้นจากผู้เล่าเรื่องนิทานคนหนึ่ง

ไม่ได้มีแค่สองคน ฉันมีเรื่องเล่าที่ขนลุกอีกเรื่องหนึ่งจากลูกสาวของฉันเอง  ฉันมีลูกสาวบุญธรรมเป็นฝาแฝด  ฉันรับทั้งสองเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเป็นทารก  แม้ไม่ใช่ลูกที่ฉันเบ่งมา  แต่ฉันรักเหมือนลูกในไส้มาก  แล้วฉันพาแกไปอยู่ที่ซีแอตเทิล  สหรัฐอเมริกากับฉัน  เพื่อไปตั้งต้นชีวิตใหม่ด้วยกันตามประสาแม่ลูก  ด้วยความที่ฉันได้รับสัญชาติ  แล้วอยู่มานานพอสมควร  ฉันเลยตั้งใจจะให้สัญชาติอเมริกันกับลูกทั้งสองของฉันด้วย

แฝดคนพี่ชื่อเคท  คนน้องชื่อแคท  ทั้งสองเลี้ยงง่ายกินง่ายมาก  การอยู่ร่วมกันสามแม่ลูกไม่มีปัญหาเลย  เรามีความสุขมาก  แล้วเรื่องขนหัวลุกก็กลับมาหาฉันจนได้…

วันหนึ่งเคทเริ่มเหม่อลอยแปลกๆ  เริ่มพูดจาแปลกๆ  คนเดียว  พูดจาเหมือนชวนใครมาเล่นตุ๊กตา  ชวนมานั่งระบายสีด้วยตั้งแต่อายุ 6 ขวบ  รวมถึงแคทด้วยที้มีอาการแปลกๆ  เหมือนกันกับเคทด้วย  ฉันสงสัยเลยถามลูกสองคนว่า  หนูคุยกับใครเหรอ  เด็กแฝดทั้งสองเล่าให้ฟังจนฉันขนลุกว่า…ชวนพี่คิมมาเล่นกับหนูด้วย

“พี่คิมอยู่ตรงไหนเหรอลูก”

“พี่คิมอยู่ตรงนี้ค่ะหม่ามี๊”

เด็กแฝดของฉันชี้มาทางหน้าต่าง  ฉันงงว่าแล้วคนชื่อคิมอยู่ไหน  ทำไมแม่ไม่เห็นพี่คิมของหนูเลยล่ะลูก  ตกลงพี่คิมเขาคือใครกันลูก  ฉันถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล  อ่อนโยน  ทั้งเคทและแคทตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า

“พี่คิมเขาอยู่ข้างพวกหนูตั้งแต่เกิดแล้ว”

ฉันงงมากว่าพี่คิมคือใคร  แต่ก็จะไม่ดุด่าอะไรลูก ได้แต่ลูบหัวด้วยความกลัวจนใจไม่ดีเท่านั้น

คืนนั้นฉันเล่านิทานให้ลูกทั้งสองฟังตามปกติ  ลูกทั้งสองหลับสบายตามประสาวัยของแก  แต่พอเหลือบไปมองอีกฟาก  ปรากฎว่าฉันได้ยินเสียงเก้าอี้  หางตาของฉันอยู่ดีๆ  เห็นเก้าอี้ตัวเล็กที่เป็นเก้าอี้ในห้องของเด็กเล็กในห้องค่อยๆ เลื่อนออกมาช้าๆ  ราวกับว่าจะมานั่งร่วมวงเล่านิทานด้วย

ฉันตั้งสติเล่านิทานจนกระทั่งจบเรื่อง  แล้วบอกกับลูกทั้งสอง  และเสียงเก้าอี้ปริศนานั้นว่า

“ราตรีสวัสดิ์นะลูก  ไว้พรุ่งนี้แม่มาเล่านิทานให้ฟังใหม่”

เก้าอี้ในห้องนั้นเหมือนรับรู้ในสิ่งที่ฉันพูด  ค่อยๆ  เขยิบกลับไปสู่ที่เดิม  ฉันตกใจจนแทบจะป่าราบ  แต่กลัวจนก้าวขาไม่ออก  พอสติกลับมาหาฉัน  ฉันรีบออกจากห้องนอนลูก  จู่ๆ  รู้สึกว่ามีใครเกาะก้นฉันประมาณจะกอดฉัน  มันเย็นมาก  มีเสียงอีกเสียงเป็นเสียงเด็กบอกกับฉันจนขนหัวลุกว่า

“นิทานที่หม่ามี๊เล่าสนุกจังเลย…พรุ่งนี้เล่าให้ฟังอีกนะหม่ามี๊”

เสียงนั้นเย็นเยือกจนฉันขนลุก  พอหันกลับไปก็ไม่มีใคร  แล้วเสียงนั้นเป็นเสียงใครกันแน่!

ตั้งแต่นั้นมา  ลูกทั้งสองมีอาการแปลกๆ  นอกจากคุยคนเดียว  แกถือขนมของฝากมากกว่าหนึ่งเสมอ  ซึ่งปกติจะซื้อให้คนละชิ้น  แต่นี่ลูกซื้อมาฝากเหมือนจะเผื่อให้ใครอีกคนนอกจากฉัน   ฉันใช้เวลาอยู่หลายเดือนเพื่อสังเกตว่า  พี่คิมที่ ลูกแฝด พูดคือใคร  จะสังเกตลูกหลังจากเลิกเรียน  เพราะปกติลูกจะเลิกเรียนเสร็จแล้วทำการบ้านด้วยกันสองคนทันทีเลย และอยากรู้จากการวาดรูปว่า  พี่คิมคือใครกันแน่  แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับลูกสาวของฉัน

ไม่ได้มีแค่สองคน

“เคท  แคท  วันนี้วาดรูปครอบครัวของเราหน่อยได้ไหม  แม่อยากรู้จักกับพี่คิมจังเลยว่าเขาเป็นไงบ้าง”

“ได้ค่ะหม่ามี๊”

ฉันทำเช่นนั้น  ฉันอยากเอารูปวาดไปปรึกษานักจิตวิทยาเด็กเพื่อขอคำแนะนำ  แล้วฉันก็โทรหานักจิตวิทยาเด็กมาที่บ้านด้วยเพื่อถามว่า  เกิดอะไรขึ้นกับลูกของฉันกันแน่  แต่จะไม่ให้เคทกับแคทตกใจเด็ดขาด

เคทกับแคทยังคงคิดว่านักจิตวิทยาเป็นเพื่อนฉัน  แกเลยไม่ค่อยรบกวนอะไรมาก  แต่พอดูรูประบายสีของทั้งสองเพื่อให้นักจิตวิทยาอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ  ซึ่งฉันพอจับใจความได้ว่า

“ยูยังมีความสำคัญต่อลูกสาวทั้งคู่อยู่นะ  ถึงยูจะโสด  ไม่มีแฟน  แต่ยูเลี้ยงดูลูกอย่างมีความสุข  กลับเป็นว่าบนภาพวาดทั้งสองปรากฎรูปใครอีกคน  วาดเป็นสีขาว  ราวกับคนนี้ถูกลืมจากใครสักคน  หรือใครอาจจะหายไป”

“หมายความว่าไง…ที่บอกว่าถูกลืม”

“ตอนที่รับแกมาเลี้ยงพอทราบที่มาอย่างคร่าวๆ  ไหม  ว่าแกมีใครที่เสียด้วยหรือเปล่า”

ฉันทราบแค่ว่าการรับมาเลี้ยงฉันรับมาสองคนเป็นแฝดสอง  เลยจะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  เพราะงานนี้ไม่ได้มีแค่สองแน่ๆ  ฉันขอบคุณนักจิตวิทยาคนนั้นก่อนเธอจะเดินจากไป  ฉันรีบแชทไปถามเพื่อนที่อยู่ประเทศไทย  อยากรู้เรื่องของลูกบุญธรรมของฉันถึงที่มาว่าเป็นแฝดสองหรือแฝดสาม  ไม่อย่างนั้นนักจิตวิทยาจะพูดแบบนี้หรือ

เพื่อนคนนี้ตอบแชทเร็วกว่าที่คิด  มันโทรมาหาฉัน  ฉันสอบถามข้อมูลว่าเรื่องลูกสองคนของฉันว่าตกลงเป็นแฝดสองหรือแฝดสาม  เนื่องด้วยเพื่อนคนนี้เป็นนักสังคมสงเคราะห์  พอจะมีข้อมูลอะไรบ้าง

แล้วมันเอาข้อมูลส่งมาให้ดูว่า…ลูกสาวไม่ได้เป็นแค่แฝดสองอย่างที่ฉันคิดจริงๆ  แกมีอีกคน

ก่อนที่ฉันจะรับเด็กทั้งสองมาเลี้ยงตั้งแต่เป็นทารก  ฉันรู้แค่ว่าเป็นฝาแฝดน่ารักมาก  เพื่อนเอาเอกสารมาให้ฉันดูว่าเด็กแฝดถูกพบที่คลินิกทำแท้งเถื่อนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ  แล้วมีพลเมืองดีแจ้งว่ามีเสียงเด็กทารกจากคนที่หิ้วซากเด็กในถุงดำไปทิ้ง  จากนั้นคลินิกทำแท้งเถื่อนถูกกวาดล้าง  ส่วนในซากเด็กพบเด็กแฝดสามที่รอดชีวิตในถุงดำนั้นด้วย  ซึ่งนั่นคือลูกสาวฝาแฝดของฉันเอง  แล้วรอดชีวิตทั้งสามคน  แต่อีกคนเหมือนภูมิคุ้มกันไม่ดี  ร่างกายไม่แข็งแรง  ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากเด็กมาก   การพัฒนายังไม่เต็มที่  เด็กคนหนึ่งเลยเสียชีวิต   ส่วนสองคนที่เหลือร่างกายแข็งแรงดี   มิน่าล่ะทำไมฉันถึงได้รับลูกแค่สองคน  ไม่ได้รับสามคน  ณ  ตอนนั้น  ฉันเลยเข้าใจเมื่อเพื่อนส่งเอกสารมา  ฉันรู้แล้วว่าทำไมลูกสาวทั้งสองถึงเรียกพี่คิม

พอนักจิตวิทยากลับไปแล้ว  ฉันเรียกลูกสาวทั้งสองลงมากินข้าวด้วยกัน  พร้อมกับถามไถ่ว่าพี่คิมเขาอยู่ไหน  ชวนมาทานข้าวเย็นด้วยกันเลย  ลูกแฝดทั้งสองดีใจมาก  เคทวิ่งไปเหมือนจะตามพี่คิมมาด้วย  ส่วนแคทบอกว่า

“พี่คิมไม่ถูกลืมแล้ว  หม่ามี๊เห็นพี่คิมแล้ว”

เรื่องขนหัวลุกนี้มันให้อะไรหลายอย่างกับฉันมาก  หลายคนพร้อมแล้วแต่อยากมีลูกก็มีลูกไม่ได้  แต่อีกหลายคนไม่อยากมีลูกแต่มีแล้วเป็นภาระสังคม  มีแล้วต้องอดอยาก   เนื่องด้วยขาดความรู้เรื่องคุมกำเนิด  ที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ  ประเทศไทยยังแย่มากในเรื่องเพศศึกษา  ในขณะที่สังคมไทยมัวแต่โฟกัสให้เด็กติดแพทย์ตามค่านิยม  โฟกัสแค่เด็กเรียนเก่งจะได้มหาวิทยาลัยดีๆ แต่หย่อนยานในเรื่องการให้คำแนะนำด้านเพศศึกษา  อันนี้ถือว่าตลกร้ายมากเลยนะ

แล้วพอไม่มีความรู้หรือได้ความเชื่อจากคนอื่นผิดๆ  จึงลงเอยที่การทำแท้งเพื่อจบปัญหา  จึงต้องตอบคำถาม  ณ  ตอนนี้ว่ามันถึงเวลาหรือยังที่จะคำนึงด้านเพศศึกษาอย่างจริงจัง  ไม่ควรมองเป็นเรื่องน่าอายเลย

ถ้ามีภูมิคุ้มกันตรงนี้ดีพอ  ลูกสาวฝาแฝดของฉันคงไม่ต้องลงเอยที่คลินิกทำแท้งแน่นอน

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง