head-banpongkratinglang-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
วันที่ 16 ตุลาคม 2021 9:45 AM
head-banpongkratinglang-min
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » เจ้าหญิงดิสนีย์ ซินเดอเรลล่ากับรองเท้าแก้วที่หายไป

เจ้าหญิงดิสนีย์ ซินเดอเรลล่ากับรองเท้าแก้วที่หายไป

อัพเดทวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020

เจ้าหญิงดิสนีย์ ซินเดอเรลล่ากับนิทานตะวันตกที่เป็นขวัญใจเด็กสาวทั่วโลก

เจ้าหญิงดิสนีย์  ซินเดอเรลล่า(Cinderella)เป็นนิทานที่เล่ากันมาปากต่อปากจนเป็นที่นิยมขึ้นจากปลายปากกาของนักเขียนชาวฝรั่งเศสนามว่า ‘ชาร์ลส แปร์โรลต์’ 

เรื่องมีอยู่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลูกสาวเศรษฐีพ่อหม้ายนามว่า ‘เอลล่า’(Ella) แม่ของเอลล่าตายไปตั้งแต่เธอยังเด็ก ต่อมาพ่อของเธอจึงได้แต่งงานกับหญิงแม่หม้ายลูกติดชื่อ ‘เลดี้เทรเมน’ แม่เลี้ยงมีลูกติดสองคนซึ่งอายุมากกว่าเอลล่าคือ ‘ดริซเซล่า’และ ‘อนาสตาเซีย’ เลดี้เทรเมนเป็นแม่เลี้ยงที่ดีคอยดูแลและอบรมสั่งสอนเอลล่า

แต่ทุกอย่างกลับกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อวันหนึ่งพ่อของเอลล่านั่งรถม้าออกเดินทางไปทำงานนอกเมืองแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังจากพ่อตายเอลล่าก็ถูกปฏิบัติเยี่ยงคนรับใช้ประจำบ้าน แม่และพี่เลี้ยงจิกหัวใช้งานเอลล่าให้ทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า ทำอาหาร อีกทั้งยังชอบด่าทอรังแกเอลล่า ให้ใส่ชุดเสื้อผ้ามอมแมม ตั้งฉายาล้อเลียนเอลล่าว่า ‘ซินเดอเรลล่า’(Cinderella) ซึ่งมาจากคำว่า ‘Cinder’ ที่แปลว่า ‘ฝุ่นขี้เถ้า’ และชื่อของ ‘เอลล่า’(Ella) เป็นการบูลลี่เอลล่าที่ทำงานจนเนื้อตัวสกปรกดำโทรมเหมือนขี้เถ้า 

ทุก ๆ วันเอลล่าต้องตื่นเช้าขึ้นมาทำงานหนักเป็นขี้ข้ารองรับอารมณ์สามแม่ลูก เมื่อรู้สึกเหนื่อย เศร้า ท้อแท้ก็ทำได้เพียงแค่แอบร้องไห้คนเดียว ตรงกันข้ามกับแม่เลี้ยงและลูกสาทั้งสองที่มีชีวิตแสนสุขสบาย ใช้จ่ายสมบัติที่พ่อของเอลล่าเหลือไว้อย่างฟุ่มเฟือย

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาประกาศจัดงานเต้นรำเพื่อหาคู่ครองให้เจ้าชาย พร้อมส่งบัตรเชิญให้ทุกคนในเมืองมีโอกาสเข้าร่วมได้งานได้ แม่เลี้ยงและลูกตื่นเต้นกับงานเต้นรำมากพวกเธอวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมเสื้อผ้าหน้าผมตลอดทั้งวัน ส่วนซินเดอเรลล่าเองก็วาดฝันจินตนาการว่าตนจะได้หลุดพ้นความยากลำบากในซักวัน

ได้ใส่ชุดสวยๆไปเต้นรำในงานเหมือนเช่นหญิงสาวคนอื่น  เอลล่าเก็บชุดเก่าๆที่พี่เลี้ยงโยนทิ้งมาสวมใส่ ขออนุญาตแม่เลี้ยงนั่งรถม้าไปงานเต้นรำด้วย แม้เอลล่าจะดูโทรมไปบ้างเพราะต้องทำงานหนักในทุกวัน ถึงกระนั้นก็ยังมีรูปโฉมที่งดงามมาก แม่เลี้ยงกลัวว่าเอลล่าจะไปถูกตาต้องใจเจ้าชายเข้าแล้วได้ดีกว่าลูกๆของเธอ จึงสั่งห้ามไม่ให้ไปงานเต้นรำด้วย หนำซ้ำพี่เลี้ยงทั้งสองยังรุมทึ้งฉีกทำลายชุดของเอลล่าไม่เหลือชิ้นดี

เอลล่าเสียใจมาก เธอวิ่งหนีไปแอบร้องไห้ท้ายสวนหลังบ้านอยู่เป็นเวลานาน พร่ำเพ้อน้อยใจในโชคชะตาชีวิตของตัวเอง จนนางฟ้าแม่ทูนหัวทนไม่ได้ปรากฏตัวออกมาพร้อมแสงสีทองระยิบระยับต่อหน้าเอลล่า นางฟ้าแม่ทูนหัวแนะนำตัวว่า “ฉันเป็นนางฟ้าประจำตัวของเธอ ฉันเฝ้ามองเธอตกละกำลำบากมานานมากแล้ว

วันนี้ฉันจะเนรมิตชุดสวยๆและราชรถคันงามพร้อมม้าให้เธอได้ไปงานเต้นรำดั่งใจหวัง” ว่าแล้วนางฟ้าแม่ทูนหัวก็ใช้คทาเสกฟักทองให้กลายเป็นรถม้า เสกชุดราตรีแสนสวยพร้อมรองเท้าแก้วคู่งาม ตอนนี้เอลล่าพร้อมไปงานเต้นรำแล้วเธอมีความสุขมาก ยิ้มและกล่าวขอบคุณนางฟ้าแม่ทูนหัว

เจ้าหญิงดิสนีย์

ก่อนไปนางฟ้าแม่ทูนหัวได้กล่าวเตือนว่า “เธอต้องรีบกลับออกมาก่อนถึงเที่ยงคืน มิฉะนั้นเวทมนต์จะเสื่อมลง” 

ราชรถจอดเทียบหน้าพระราชวัง เอลล่าก้าวเดินเข้าไปในงานเต้นรำ ทุกสายตาล้วนจับจ้องและต่างสงสัยว่าหญิงสาวคนนี้คือใครกัน แม้แต่แม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงของเธอยังจำเธอไม่ได้ ความสวยของเอลล่าทำให้เจ้าชายสะดุดตาสะดุดใจในทันทีจึงเดินเข้ามาขอเธอเต้นรำ ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและเต้นรำไปตามจังหวะดนตรีจนกระทั่ง

เสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนดังขึ้น เอลล่ารีบผละตัวออกแล้ววิ่งหนีไป ด้วยความรีบร้อนเอลล่าเผลอสะดุดทำรองเท้าแกวข้างหนึ่งหล่น เจ้าชายที่วิ่งตามมาพบเข้าจึงได้เก็บรองเท้าแก้วซึ่งเป็นเบาะแสเพียงอย่างเดียวไว้ เอลล่ากลับมาถึงบ้านชุดสวยงาม ราชรถเลิศเลอได้สลายหายไป เหลือเพียงแต่รองเท้าแก้วข้างนึงที่ยังคงสภาพเดิม 

วันต่อมามีประกาศจากพระราชวังว่า ‘ต้องการตามหาหญิงสาวปริศนาในงานเต้นรำเมื่อคืน หากผู้ใดสามารถสวมใส่รองเท้าแก้วได้พอดีจะได้อภิเสกสมรสกับเจ้าชาย’ เสนาบดีออกตามหาไล่เคาะทุกประตูบ้านในเมืองก็ยังไม่พบผู้ใด จนมาถึงบ้านของเอลล่า แม่เลี้ยงเร่งร้อนไปเปิดประตูแล้วสั่งให้ซินเดอเรลล่าลงไปซ่อนชั้นใต้ดิน

เพราะกลัวว่าซินเดอเรลล่าจะสวมใส่รองเท้าแก้วได้ พี่เลี้ยงทั้งสองดริซเซล่าและอนาสตาเซียได้ลองทำการสวมรองเท้าแก้วแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะรองเท้าแก้วมีขนาดเล็กมาก เสนาบดีสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่มีใครเมืองสวมใส่รองเท้าคู่นี้ได้เลยจึงถามแม่เลี้ยงว่ามีใครอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อีกหรือไม่  แม่เลี้ยงปฏิเสธบอกว่าที่นี่

มีเพียงเธอและลูกสาวทั้งสองเท่านั้น ด้วยความแคลงใจเสนาบดีจึงสั่งให้ทหารตรวจค้นคฤหาสน์หลังนี้และได้พบเอลล่า เจ้าหญิงดิสนีย์ หนัง อยู่ในห้องชั้นใต้ดิน เสนาบดียินดีมากที่ยังหลงเหลือหญิงสาวในเมืองอยู่จึงได้รีบให้เอลล่าลองสวมรองเท้าแก้วดู แน่นอนว่าเธอสามารถสวมใส่มันได้พอดี แม่เลี้ยงและพี่สาวอิจฉาริษยาจึงได้ใส่ร้ายว่า

เอลล่ากล่าวอ้างว่าตนเป็นหญิงปริศนาในงานเต้นรำ เอลล่าจึงแสดงหลักฐานความบริสุทธิ์ของเธอด้วยการนำรองเท้าแก้วอีกข้างออกมาให้เสนาบดีดู เสนาบดีเห็นดังนั้นก็ยิ่งมั่นใจรีบพาเอลล่าขึ้นรถม้ากลับพระราชวังไปด้วยในทันที หลังจากนั้นเอลล่าก็ได้กลายเป็นเจ้าหญิง มีชีวิตแสนสุขสบายในพระราชวังและครองรักกับเจ้าชายอย่างมีความสุขตลอดไป 

สุดท้ายนี้นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 

1.ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง หากเอลล่าไม่ได้ไปงานเต้นรำ แต่งตัวสวยงามชวนมองเจ้าชายคงไม่มาขอเธอเต้นรำ การแต่งตัวของผู้หญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญในการเพิ่มโอกาสสู่ความประสบความสำเร็จให้ชีวิต

2.ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว ด้วยเพราะเอลล่ามีจิตใจดีนางฟ้าแม่ทูนหัวจึงเห็นใจช่วยเหลือ ในชีวิตจริงก็เช่นกันหากเราเป็นคนมีจิตใจดี นอบน้อม ก็ย่อมมีแต่คนเมตตาเอ็นดู

3.จงมีความหวังเสมอ การอดทนใช้ชีวิตอย่างยากลำบากของเอลล่าทำให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในท้ายที่สุด

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง