head-banpongkratinglang-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
วันที่ 16 ตุลาคม 2021 9:21 AM
head-banpongkratinglang-min
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » อีคอมเมิร์ซ การสร้างรายได้ง่ายๆผ่านอินเตอร์เน็ต

อีคอมเมิร์ซ การสร้างรายได้ง่ายๆผ่านอินเตอร์เน็ต

อัพเดทวันที่ 4 พฤศจิกายน 2020

อีคอมเมิร์ซ การสร้างอาชีพและรายได้ให้กับตัวเองง่ายๆ

อีคอมเมิร์ซ วันนี้ผมจะขอเล่าเรื่องการค้าขายแบบใหม่ที่กำลังเริ่มนิยมกันมากขึ้นทั่วโลกรวมถึงในบ้านเราคือการทำการค้าผ่านอีคอมเมิร์ชครับ สมัยก่อนเวลาเราไปซื้อสินค้าอะไร เราจำเป็นต้องไปที่ร้านค้าที่ขายสินค้านั้น อย่างที่ตลาดสด, ซุปเปอร์มาเก็ต, ห้างร้าน, ศูนย์การค้า, หรือดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ต่างๆ

ในการชำระเงินเราก็ต้องใช้เงินสดหรือหากใครบัตรเครดิตของธนาคารและได้รับเครดิตจากธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิต เขาก็สามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าได้เรียกสั้นๆว่าการรูดบัตร หรือถ้าเราไม่มีบัตรเครดิตเรายังใช้บัตรเดบิตจ่ายค่าสินค้าโดยหักจากบัญชีของเราเอง ซึ่งส่วนใหญ่บัตรเอทีเอ็มของเราก็เป็นบัตรเดบิตในตัวอยู่แล้ว ส่วนการค้าขายกันระหว่างธุรกิจก็จะใช้การชำระโดยการโอนเงินระหว่างบัญชี หากให้เครดิตกันก็จะส่งของให้ก่อนโอนที่หลัง แต่ถ้ากลัวถูกเบี้ยวก็จะต้องโอนเงินและส่งสลิปให้ดูก่อนถึงจะเอาของไป

เมื่อมีอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ขึ้น ทำให้วิธีการซื้อขายและการจ่ายค่าสินค้าเปลี่ยนไปจากเดิมมาก เพียงแค่มีบัญชีธนาคารและมีแอปพลิเคชั่นของอีคอมเมิร์ชติดตั้งอยู่บนโทรศัพท์มือถือ เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดในการจ่ายเงินอีกต่อไป ปัจจุบันโควิดระบาดคนไม่อยากสำผัสเงินอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีระบบการชำระเงินแบบอิเลคทรอนิคส์ (Electronic Payment), ระบบกระเป๋าเงินอิเลคทรอนิคส์ (E-Wallet) มาบริการ รวมทั้งมีบริการจัดส่งสินค้า (Delivery Service) มารองรับให้ครบวงจรอีคอมเมิร์ซด้วย

อีคอมเมิร์ช (E-Commerce) คือการ ภาคธุรกิจ, ผู้บริโภค, ภาครัฐ ติดต่อกันเพื่อทำการพาณิชย์กันผ่านระบบอินเคอร์เน็ต ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตสามารถให้บริการสื่อได้ทั้งภาพ, เสียงและคลิปวิดิโอและชีวิตของผู้คนทุกวันนี้ติดอยู่กับการใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์และสื่อสารกันหรือดูและฟังสิ่งต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่

อีคอมเมิร์ชมีประโยชน์หลายอย่าง เช่นสามารถค้าขายได้โดยไม่ต้องมีร้าน.ไม่ต้องมีพนักงาน, ไม่ต้องไปเช่าที่. เพิ่มลูกค้าออกไปได้กว้างขึ้นและลดค่าใช้จ่ายได้ โดยเราสามารถจ้างบริษัททำเว็ปไซด์ของเราเองหรือใช้โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Line, Twitter หรือ Instagram ในการโฆษณาเพื่อให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นและเวปไซด์ยังเก็บข้อมูลของลูกค้าหรือผู้เข้ามาเยี่ยมชมเพื่อเป็นประโยชน์ทางด้านการวิเคราะห์ลูกค้าได้ด้วย

การทำอีคอมเมิร์ซมักจะมีเรื่องการตลาดแบบดิจิตอล (Digital Marketing) มาช่วยด้วย อย่างเช่นเมื่อเราทำเว็บไซด์ของผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเราก็อยากให้สินค้าของเราเป็นที่พบเห็นของผู้ค้นหาใน Search Engine อย่าง Google จึงต้องมีการทำ SEO (Search Engine Optimization) คือทำให้เว็บไซด์ของเราเป็นที่น่าสนใจและติดอันดับต้นๆ ในการค้นหา ปัจจุบันก็มีบริษัทที่ให้บริการทำ SEO ให้แก่เวปไซด์ต่างๆ หลายบริษัท นอกจากนี้ยังมีการทำการตลาดวิธีอื่นอีก เช่น การทำ Google Ads คือเราซื้อโฆษณา โดย Google จะเก็บเงินตอนที่มีผู้เข้ามาดูเว็ปไซด์ของเรา , การทำ Social Media Marketing คือสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางโซเชี่ยลมีเดีย อย่าง Facebook , Line, Twitter , Instagram หรือการโฆษณาวิดิโอทาง Youtube จะเก็บเงินเหากเราต้องการให้สินค้าของเราไปปรากฎในสื่อของเขา นอกจากนี้ยังมีวิธีการทำการตลาดอื่นอีก เช่น Content Marketing และ Affiliate Market เป็นต้นซึ่งผมจะยังไม่นำมากล่าวถึงตอนนี้

อีคอมเมิร์ซ

นอกจากเราจะมีเว็บไซด์เองเรายังสามารถนำสินค้าของเราไปฝากขายกับบริการอีคอมเมิร์ชสาธารณะได้ด้วย ปัจจุบันผู้ให้บริการในระดับโลก คือ Amazon, ebay ของอเมริกา และ Alibaba,  JD Central ของจีน และ Rakuten ของญี่ปุ่น โดย Alibaba คือบริษัทมีที่มีส่วนแบ่งและมีรายได้มากที่สุด ประเทศไทยของเราก็เป็นประเทศที่มีการเติบโตของอีคอมเมิร์ชเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไทยเราได้รับความสนใจมากจาก Alibaba โดยต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านอีคอมเมิร์ชในเอเชียอาคเนย์และกำลังก้าวไปอยู่ในระดับเอเชียเลยทีเดียว ปัจจุบัน Alibaba e-commerce ประโยชน์ ก็เข้ามาถือหุ้นในผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ชและผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเลคทรอนิคส์รายใหญ่ของไทยด้วย

ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ชในไทยที่ใหญ่ที่สุดมี 2 ราย คือ Lazada และ Shopee ที่ทั้งสองรายแย่งกันเป็นเบอร์หนึ่งในไทย  Lazada นั้นอยู่ในเครือ Rocket Internet ของเยอรมนี ตอนนี้มี Alibaba เข้ามาถือหุ้นด้วย ส่วน Shopee นั้นอยู่ในเครือของ Sea Group ของสิงคโปร์ร่วมกับ Tencent ของจีน นอกนั้นยังมีบริษัทของไทยอย่าง Talad.com และKaidee.com เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยด้วย

บริการอีคอมเมิร์ชยังเกี่ยวข้องกับบริการจ่ายเงินอิเล็คทรอนิคส์ (E- Payment) อย่าง Paypal, Alipay เป็นบริการสำหรับชาวจีนให้จ่ายเงินของ Alibaba ได้ทั่วโลก หรือบริการ E-Wall ในบ้านเราอย่าง Mpay, True Money, Airpay, Bluepay,  Paysbuy, LINEPay

นอกจากนี้ยังมีส่วนของการส่งสินค้าเข้ามาเกี่ยวด้วย เช่น บริษัทไปรษณีย์ไทย, Kerry Express, Lineman เป็นผู้ส่งไปถึงผู้บริโภค ดังนั้นอีคอมเมิร์ซจึงเป็นห่วงโซ่ทางการค้าที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายบริการ

บริการอีคอมเมิร์ชนิยมกันมากที่สุดที่ประเทศจีนเพราะรัฐบาลจีนสนับสนุน ยิ่งตอนนี้มีเรื่องปัญหาโควิดด้วยแล้วคนจีนยิ่งใช้บริการอีคอมเมิร์ซมากขึ้น ทุกวันนี้คนจีนส่วนใหญ่จ่ายเงินผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าใช้เงินสด ส่วนในบ้านเราสัดส่วนการใช้น่าจะยังน้อยกว่าใช้เงินสดอยู่แต่แนวโน้มน่าจะใช้อีคอมเมิร์ซมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาของอีคอมเมิร์ซในบ้านเราผมมีข้อสังเกตส่วนตัวว่ายังมีปัญหาความไม่เชื่อกันอยู่อย่างเช่น หลอกขายสินค้ากัน, ได้สินค้าไม่ตรงสเปคตามที่แสดงไว้ที่เว็ป, ได้สินค้าครบบ้าง, ยืนยันการซื้อแล้วไม่ส่งสินค้าให้บ้าง, สินค้าเสียหายบ้างตามเคลมสินค้ากันอีก

สังคมไทยเราในเรื่องการซื้อสินค้า หากได้ไปเดินเลือกเองในบรรยากาศที่มีสินค้าอยู่รอบตัว ได้เลือกสินค้าเองได้ถามพนักงานขายหากมีข้อสงสัย มีสินค้าให้เห็นให้หยิบจับให้ทดลอง ก็จะมีความรู้สึกเชื่อมากกว่า การซื้อของทางออนไลน์บางทีก็ทำให้ไม่แน่ใจเหมือนกันหากเราต้องชำระเงินทันที โดยถูกหักเงินในบัญชีไปก่อนแล้วต้องรอว่าของที่เราซื้อจะมาถึงหรือไม่ ในบ้านเราปัจจุบันส่วนใหญ่ผู้คนก็ยังนิยมไปซื้อของที่ร้านค้ากันเป็นความคุ้นเคยเป็นวิถีชีวิตดังเดิมได้พูดได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้านร้านตลาดก็ยังไม่คุ้นเคยกับการซื้อของออนไลน์ ดังนั้นอีคอมเมิร์ซในบ้านยังมีเปอร์เซ็นต์การใช้บริการน้อยอยู่ แต่ในอนาคตน่าจะมีการใช้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง