head-banpongkratinglang-min
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
วันที่ 16 ตุลาคม 2021 9:26 AM
head-banpongkratinglang-min
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
หน้าหลัก » นานาสาระ » ผีห่วงเพื่อน กับเรื่องราวสยองขวัญที่ทำให้เราต้องเชื่อ

ผีห่วงเพื่อน กับเรื่องราวสยองขวัญที่ทำให้เราต้องเชื่อ

อัพเดทวันที่ 13 พฤศจิกายน 2020

ผีห่วงเพื่อน ผีมีจริงมั้ยกับเหตุการณ์ที่ทำให้บุคคลคนคนหนึ่งต้องจำไว้

ผีห่วงเพื่อน วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวที่เป็นประสบการณ์ของพี่สาวเราเองค่ะ พี่สาวเราเล่าให้ฟังว่าตอนไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือ เรียกได้ว่าพี่เราสอบติดแล้วไปอยู่หอพักแบบตัวคนเดียวเลย เพื่อนที่เรียนตอนมัธยมก็พอมีไปเรียนที่นี่บ้างแต่สอบติดคนละคณะกัน ช่วงที่ไปเรียนปี 1 พี่เราต้องนอนหอในมหาวิทยาลัยค่ะ

พี่เราได้เพื่อนร่วมห้องเรียนคนละสาขาแต่ค่อนข้างสนิทกันมากเพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดจากบ้านมาไกลเหมือนกันค่ะ พี่สาวเรามีตารางเรียนไม่ตรงกับเพื่อนสักเทาไหร่ บางครั้งพี่เราเรียนเช้าเพื่อนเรียนบ่ายกว่าจะกลับบางครั้งก็แทบไม่ทันได้คุยกัน คนใดคนหนึ่งจะหลับก่อนและออกไปเร็วกว่าอยู่เป็นประจำ แต่ที่สนิทกันเพราะช่วงวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์

ไม่ได้กลับบ้านค่ะ เพราะเปลืองค่าเดินทาง พี่สาวเรากับเพื่อนส่วนใหญ่ก็เลยจะออกไปเที่ยวดอยเที่ยวภูเขากันเพราะไม่อย่างนั้นก็อยู่แต่ที่หอพัก จะกลับบ้านแค่ช่วงปิดเทอมใหญ่ ที่ไม่มีเรียนช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ข่วงนั้นก็จะได้กลับมาอยู 

บ้านแบบยาวหน่อยอยู่ให้คุ้มค่าเครื่องบินใกล้ใกล้เปิดเทอมก็ค่อยกลับไปที่มหาวิทยาลัย พี่สาวเราย้ายออกไปอยู่หอนอกมหาวิทยาลัยตอนขึ้นปี 2 แต่ก็ยังอยู่กับเพื่อนคนเดิมค่ะ เพราะเพื่อนพี่สาวเราเป็นคนไม่เรื่องมากอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ผลัดกันทำความสะอาดห้อง ล้างจาน คืออยู่แล้วไม่มีปัญหาพี่เราก็เลยเลือกที่จะอยู่กับเพื่อนคนนี้

ต่อแถมยังมีคนช่วยแชร์ค่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟคนละครึ่งอีกต่างหาก พี่เราใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอดจนขึ้นปี 3 ช่วงนั้นพี่เรากลับมาบ้านตอนภาคฤดูร้อนแต่เพื่อนพี่สาวเราไม่กลับค่ะ เพราะว่าทางบ้านเริ่มมีปัญหาพ่อกับแม่ของเขาทะเลาะกันเพื่อนพี่สาวเราเลยไม่อยากกลับไปรับรู้อะไรมาก เท่ากับว่าเพื่อนพี่เราต้องอยู่หอคนเดียวเกือบเดือนหนึ่ง

เพราะพี่เรากลับมาหาพ่อกับแม่ที่บ้าน ช่วงเวลานั้นเพื่อนพี่สาวเราก็ได้ไปรู้จักกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งค่ะ เรียนอยู่สาขาเดียวกับเพื่อนพี่สาวเราและก็พามานอนพักกันที่ห้อง พอพี่เรากลับไปเรียนและกลับไปที่หอก็เริ่มมีปัญหาเพราะเพื่อนของพี่สาวเราเริ่มให้เพื่อนที่เรียนสาขาเดียวกันมานอนค้างที่ห้องบ่อยมากขึ้น พี่เราเริ่มรู้สึกว่า

ไม่ค่อยเป็นส่วนตัวและบางครั้งก็มากินเหล้ากันที่ห้อง พี่สาวเราพูดเรื่องนี้กับเพื่อนที่เป็นรูมเมท ว่าไม่ค่อยโอเคกับการที่เอาเพื่อนคนอื่นมาที่ห้องแบบนี้ รู้สึกไม่ส่วนตัวแต่เขาก็ยังไม่เลิกพาเพื่อนที่สาขามาเลยเป็นสาเหตุให้เริ่มไม่ค่อยถูกคอกันเท่าไหร่ค่ะ 

หลังจากนั้นไม่นานพี่สาวเราเลยคุยว่าใครจะเป็นคนย้ายออก เพราะเงินมัดจำห้องก็ออกกันคนละครึ่งสุดท้ายพี่สาวเราก็เลยเป็นฝ่ายขอย้ายออกจากห้องเพราะเพื่อนเริ่มมีปัญหาเยอะและเปลี่ยนไป เหมือนว่าจะสนิทกับเพื่อนกลุ่มใหม่มากกว่าพี่สาวเราเลยเลือกที่จะเดินออกมาเอง เรียกง่ายง่ายว่าผิดใจกันไปเลยค่ะ จากที่สนิทสนมไปไหนไปกันสองคน

กลายเป็นว่าห่างกันไปแบบคนละเรื่องเลย จนใกล้จบปี 3 พี่เราไม่ได้กลับบ้านช่วงภาคเรียนฤดูร้อนเพราะว่าลงเรียนช่วงภาคฤดูร้อนจะได้เร่งจบ ลงเรียนวิชาที่เก็บหน่วยกิตได้แล้วเพื่อนพี่สาวเราคนนั้นก็ไม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัดเหมือนกันค่ะ ช่วงเวลาที่พี่สาวเราห่างจากเพื่อนคนนั้นพี่เราเล่าให้ฟังว่าในใจก็ยังคิดถึงเพื่อนคนนั้นอยู่ตลอด

ผีห่วงเพื่อน

เพราะหลังจากที่เพื่อนพี่สาวเราไปสนิทกับอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ข่าวว่าไม่ค่อยเข้าเรียนและมัวไปเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มนั้น พี่เราเล่าให้เราฟังบ่อยๆว่า กลัวเพื่อนคนนั้นจะเรียนไม่จบแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะกลัวว่าถ้าไปทักไปพูดอะไรไปจะกลายเป็นไปวุ่นวายแล้วก็ไม่รู้ใจว่าตอนนี้ยังรู้สึกว่าพี่สาวเราเป็นเพื่อนเขาอยู่หรือเปล่า พี่เราเลยเลือกที่

จะเงียบไม่ไปวุ่นวายอะไรด้วย มีแบบเดินไปเจอหน้ากันจังๆแต่ก็เก้ๆกังๆ ผีกะ ยักษ์ Pantip จะยิ้มให้กันก็ไม่ยิ้มเหมือนต่างฝ่ายต่างก็ทำตัวไม่ถูกเลยเลือกที่จะไม่ทักกันไปเลย แต่ก็มีเพื่อนคนอื่นๆมาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่าเพื่อนคนนั้นเปลี่ยนไปจากที่ขยันเรียนก็เริ่มเที่ยวเก่ง ไม่เข้าเรียนบ่อยขึ้นทั้งที่จะจบปี 3 อยู่แล้ว และเหตุก็มาเกิดช่วงการเรียน

ภาคฤดูร้อนของพี่เราค่ะ มีอยู่วันหนึ่งมีสายเรียกเข้าจากเพื่อนคนนั้นที่เคยเป็นรูมเมทกับพี่เรา ทั้งที่ผ่านมาเป็นปีไม่เคยโทรหาหรือติดต่อพูดคุยอะไรกันเลย แต่พอพี่สาวเรารับสายก็เงียบไม่มีเสียงอะไรทั้งนั้นตอนนั้นประมาณเกือบห้าทุ่มพี่เรากำลังจะกลับหอเพราะมัวนั่งหาข้อมูลทำรายงาน พี่เรากำลังโทรศัพท์เรียกวินมอเตอร์ไซค์ขาประจำ

ที่ใช้บริการกันมาตลอดเวลาพี่เรากลับดึกแต่พอจะกดโทรออกโทรศัพท์พี่เราก็ดังขึ้นอยู่ตลอด แต่ทุกครั้งที่รับก็จะไม่มีเสียงคนพูด ซึ่งเป็นเบอร์ของเพื่อนพี่เราคนนั้น พี่เราเริ่มแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรือไม่พอโทรกลับก็ไม่ติดเหมือนเบอร์นั้นไม่มีสัญญาณ แต่พอจะใช้โทรศัพท์เพื่อโทรออกไปตามวินมอเตอร์ไซค์ก็โทรไม่ได้ พี่เราเลยเดินออกมาเรื่อย ๆ

ผื่อหารถกลับหอได้ จนเจอกับเพื่อนที่เรียนสาขาเดียวกันกับพี่เราเลยขอให้ไปส่งที่หอ แต่ระหว่างทางที่กลับหอนั้น พี่เราสังเกตุเห็นว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นพอหันกลับไปดูก็ต้องตกใจเพราะเป็นรถของวินมอเตอร์ไซค์ที่พี่เราใช้บริการอยู่เป็นประจำ มีคนนอนอยู่กลางถนนสองคนเสียชีวิตทั้งคู่นั่นคือคนขับมอเตอร์ไซค์และคนที่ซ้อนท้ายมา

พี่เราตกใจมากแล้วก็คิดว่าถ้าวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นรับสายก็อาจเป็นพี่เราที่ซ้อนท้ายออกมาจากมหาวิทยาลัย เช้าวันรุ่งขึ้นพี่เราไปเรียนตามปกติและคิดว่าช่วงเย็นจะแวะไปงานศพคนขับมอเตอร์ไซค์ แต่พอไปถึงเพื่อนๆที่มหาวิทยาลัยก็คุยกันเสียงดังว่ามีนักศึกษาเสียชีวิตเมื่อวานนี้ถึงสองคน พี่เราเลยถามไปด้วยความแปลกใจ

เพราะเมื่อวานถ้าเป็นเรื่องอุบัติเหตุของคนขับมอเตอร์ไซค์ก็เห็นอยู่ว่ามีนักศึกษาที่ซ้อนท้ายเสียชีวิตอีกแค่หนึ่งคน แล้วใครที่เสียชีวิตอีกล่ะ ถามไปถามมาปรากฏว่านักศึกษาอีกคนที่เสียชีวิตนั้นคือเพื่อนรูมเมทเก่าของพี่สาวเรา ซึ่งเขาเสียชีวิตไปสามวันแล้วที่หอพักเนื่องจากมีการใช้สารเสพติดเกินขนาด เพิ่งมีคนไปเจอศพเมื่อวานตอนเช้า

นั่นหมายความว่าเพื่อนรูมเมทเก่าของพี่เราเสียชีวิตไปก่อนที่จะโทรศัพท์มาหาพี่เราเมื่อคืนอีก พี่เราเสียใจมากเพราะในในลึกๆ ก็ยังรักเพื่อนคนนี้ และยังเป็นห่วงอยู่ตลอด  พอมารู้ว่าเสียชีวิตก็แทบตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน และก็เสียดายอนาคตของเพื่อนพี่เราที่ต้องมาติดยาจนเสียชีวิตไปแบบนี้ พี่เราคิดว่าเพื่อนคงจะมาช่วยไม่ให้นั่งรถของคนขับมอเตอร์ไซค์คันนั้นเพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะเป็นพี่เราเองนั่นแหละที่ต้องไปประสบอุบัติเหตุ

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง
โรงเรียนบ้านโป่งกระทิงล่าง